เจ้าบ่าววิวาห์ล่มใจชื้นนักกม.ชี้ อาจไม่ผิดข้อหาพรากผู้เยาว์

โล่งอก!!อดีตผู้พิพากษา ยกข้อกฎหมายแจง ระบุเจ้าบ่าววิวาห์ล่ม อาจไม่ผิดข้อหาพรากผู้เยาว์ เหตุฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรักใคร่กัน และทางผู้ใหญ่รู้เห็น จากกรณีที่บ้านหลังหนึ่งในอ.เขาพนม จ.กระบี่ มีการจัดงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้ และจัดอาหารไว้ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน เกือบ 100  ชุด   

แต่สุดท้ายรอจนกระทั่งถึงเที่ยงวัน ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธีแต่อย่างใด โดยบอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าสินสอด  สร้างความผิดหวังให้กับเจ้าสาว และญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้าสาววัย 15 ปีตั้งท้องได้ 5 เดือน  ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 2 ต.ค.นายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา ได้โพสต์ข้อความชี้แจงข้อกฎหมายถึงกรณีดังกล่าวว่า ” พรากผู้เยาว์ “ว่าที่เจ้าบ่าวอายุ 17 ปี ว่าที่เจ้าสาวอายุ 15 ปี ท้อง 5 เดือน จะแต่งงาน แต่ว่าที่เจ้าบ่าวหาสินสอดมาแต่งงานไม่ได้ โดนตำรวจแจ้งข้อหา พรากผู้เยาว์ และกำลังจะโดนพ่อแม่ว่าที่เจ้าสาวให้ทนายฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ความผิดฐานพรากเด็กหรือผู้เยาว์ พรากเด็ก มาตรา 317 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

นายชนบท ยังระบุว่า คำอธิบาย อย่างไรเรียกว่า ไม่เป็นพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4587/2532  ผู้เสียหายอายุไม่เกิน 18 ปี เต็มใจไปกับจำเลย หลังจากนั้นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงจัดพิธีให้ผู้เสียหายและจำเลยแต่งงานกัน และมีการมอบค่าสินสอดทองหมั้นให้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว เมื่อจำเลยพาผู้เสียหายกลับมาถึงบ้าน ฝ่ายญาติผู้ใหญ่ของผู้เสียหายได้จัดพิธีบอกผีบ้านผีเรือนตามประเพณีก่อนให้ผู้เสียหายเข้าบ้าน พฤติการณ์ฟังได้ว่า ที่จำเลยพาผู้เสียหายไปนั้นมีเจตนาจะพาไปเป็นภริยาตั้งแต่แรก เพราะไม่ได้ความว่าจำเลยมีภริยาอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อเป็นภริยา แม้ผู้เสียหายจะเป็นผู้เยาว์อยู่ก็ไม่เป็นการละเมิดต่ออำนาจผู้ปกครองของมารดาผู้เสียหาย และแม้จำเลยจะร่วมประเวณีกับผู้เสียหายระหว่างที่พักอยู่ด้วยกัน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการพาผู้เสียหายไปเพื่ออนาจาร การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคท้าย * หากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีพฤติการณ์รู้เห็นการกระทำที่จำเลยพาผู้เยาว์ไป ไม่เป็นพรากผู้เยาว์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews